การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม

ปัจจุบันการรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม ได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งในควบคู่ไปกับการใช้ยาของแพทย์แผนตะวันตก แต่หลายคนไม่เคยเห็นการฝังเข็มเลยมักมีมีคำถามว่า เข็มที่หมอจีนใช้ปักบนร่างกายของคนไข้ หมอใช้เข็มอะไร ฉีดยาไหม เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นคงเจ็บน่าดู แต่เรื่องจริงคือเข็มที่ใช้ฝังนั้นเล็กนิดเดียว เป็นเข็มที่เรียกว่า เข็มปลายสน ส่วนปลายของเข็มมีลักษณะเหมือนใบสน มีความคมพอประมาณ และมีด้ามสำหรับจับ

การฝังเข็ม ไม่ใช่แค่การแทงเข็มเข้าไปในร่างการเท่านั้น แต่มันประกอบด้วยส่วนอื่นอีกมาก ตั้งแต่เวลาในการปักเข็ม การกระตุ้นเข็ม การใช้เข็มร่วมกับเครื่องกระตุ่น จนถึงกระบวนการสุดท้ายอย่างการถอดเข็ม

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม

เข็มที่แพทย์จีนนิยมใช้เป็นเข็มบาง มีลักษณะกลม บาง ปลายเข็มแหลมคม ความยาวอยู่ระหว่าง 5-125 มิลลิเมตร ทำจากโลหะสะแตนเลสเพราะ มีความทนทาน ยืดหยุ่น ไม่หัก และไม่เป็นสนิม ส่วนปลายเข็มมีความแหลมคม และเป็นส่วนที่แทงนำผ่านเข้าสู่ผิวหนัง และเนื่องจากเข็มมีความบางและแหลมคมมาก เมื่อแทงผ่านผิวหนังแทบจะไม่ทำให้เจ็บเลย เข็มที่แพทย์จีนนำมาใช้ในการรักษาจะต้องบรรจุอยู่ในภาชนะที่ปลอดเชื้อจนกว่าจะนำมาถูกใช้งาน เข็มทั้งเล่มต้องตรง ไม่คดงอ ตัวเข็มกลม ผิวเรียบ มีความยืดหยุ่น สามารถโค้งคอและคืนสภาพได้ดี เข็มที่ผ่านการใช้งานแล้วจะถูกทำลายทิ้งและไม่นำกลับมาใช้ซ้ำ

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม

การป้องกันการติดเชื้อ

การป้องกันการติดเชื้อขณะฝังเข็ม แพทย์จีนที่ได้มาตรฐานจะถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังหรือเข้ากล้ามเนื้อซึ่งประกอบด้วย

  • สถานที่ฝังเข็มและสิ่งแวดล้อมต้องสะอาดถูกหลักอนามัย
  • แพทย์ฝังเข็มจะต้องทำความสะอาดมือตามขั้นตอนที่เหมาะสม
  • เตรียมและทำความสะอาดตำแหน่งที่จะทำการฝังเข็ม
  • ทำปราศจากเชื้อเข็มและอุปกรณ์ และมีการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม

ความลึกในการฝังเข็ม ในเชิงทฤษฎีความลึกที่เหมาะสมคือความลึกที่เข็มสามารถกระตุ้นความรู้สึกได้ชี่โดยไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อหรืออวัยวะภายใน ในทางคลินิกความลึกของการแทงเข็มขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่

  • ตำแหน่งของจุดฝังเข็ม เช่น จุดบริเวณศีรษะและใบหน้า จะแทงเข็มตื้นกว่าจุดตามร่างกาย
  • รูปร่างของผู้ป่วย ผู้ป่วยรูปร่างอ้วนใหญ่มักต้องแทงเข็มให้ลึกกว่าผู้ที่มีรูปร่างผอมบาง
  • พยาธิสภาพของผู้ป่วย ผู้ที่อ่อนแอ อายุมาก หรือเด็ก ควรแทงเข็มตื้นกว่าผู้ที่แข็งแรง ความรู้สึกของผู้ถูกฝังเข็มระหว่างการฝังเข็มเป็นอย่างไร ?
การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม

“การได้ชี่” (得气 DéQì: Arrival of Qi) หรือ ปฏิกิริยาต่อเข็ม (needling sensation) หมายถึง ความรู้สึกถึงการออกฤทธิ์ของเข็มเมื่อแทงเข็มลงไปถึงจุด โดยผู้ป่วยอาจรู้สึกปวด, ชา, พองแน่น หรือรู้สึกหน่วงบริเวณรอบจุดที่ฝังเข็ม หรืออาจรู้สึกแล่นกระจายขึ้นหรือลงไปตามแนวเส้นลมปราณ ในขณะเดียวกันแพทย์ฝังเข็มจะรู้สึกว่าเข็มในมือตึงแน่นเหมือนถูกหน่วงเอาไว้ คัมภีร์โบราณ เปรียบเทียบว่า ‘รู้สึกหน่วงเหมือนปลากระตุกสายเบ็ด’

การได้ชี่มีความสำคัญมากในการฝังเข็มให้ได้ผลในการรักษา คัมภีร์หฺวังตี้เน่ยจิง ภาคหลิงซู บทที่ 1 กล่าวว่า “การรักษาโรคด้วยการฝังเข็มจะไม่เกิดผลใด ๆ หากไม่เกิดการได้ชี่” ในคัมภีร์แพทย์ยุคต่อ ๆ มา ยังคงเน้นย้ำเรื่องการได้ชี่กับผลของการรักษาด้วยการฝังเข็ม โดยการได้ชี่เร็วบ่งชี้ว่าการรักษาจะได้ผลดี การได้ชี่ที่เนิ่นช้าไปบ่งชี้ว่าผลของการรักษาจะด้อยลง โดยทั่วไปเมื่อเข็มแทงไปถึงจุดแล้วมักเกิดอาการได้ชี่ในทันที ในกรณีที่ไม่รู้สึกได้ชี่ แพทย์จีนจะกระตุ้นเข็มเพื่อให้เกิดการได้ชี่เสมอ

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม

การกระตุ้นเข็มเพื่อ “บำรุง (补 Bǔ: reinforcing)” และ “ระบาย (泻 Xiè: reducing)” เป็นวิธีกระตุ้นเข็ม 2 แบบ ที่ตรงข้ามกันและให้ผลในการรักษาต่างกัน คัมภีร์หฺวังตี้เน่ยจิง กล่าวว่า “การกระตุ้นเพื่อบำรุงสำหรับกลุ่มอาการพร่องและการระบายสำหรับกลุ่มอาการแกร่ง” วิธีกระตุ้นเข็มที่สามารถเพิ่มภูมิต้านทานและสมรรถภาพการทำงานของอวัยวะที่พร่องหน้าที่ได้ เรียกว่า “บำรุง” ส่วนวิธีกระตุ้นเข็มที่สามารถขจัดปัจจัยก่อโรคและปรับสมดุลอวัยวะที่ทำหน้าที่มากเกิน เรียกว่า “ระบาย” ในทางปฏิบัติการกระตุ้นทั้งสองวิธีมีความสำคัญและมีข้อบ่งใช้อย่างชัดเจนในการปรับการทำหน้าที่ของอวัยวะภายในและปรับดุลยภาพของอิน-หยาง ขึ้นกับพยาธิสภาพของผู้ป่วย ในกรณีที่ผู้ป่วยตัวเย็นและสัญญาณชีพอ่อนพร่องต้องกระตุ้นเพื่อฟื้นฟูบำรุงหยางขึ้นมาก่อน ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีอาการตัวร้อนจัดจากการกระทำของปัจจัยก่อโรคภายนอกต้องกระตุ้นเพื่อระบายร้อนและขจัดปัจจัยก่อโรค การกระตุ้นเข็มที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยบรรเทาอาการป่วยแต่ยังช่วยปรับสมดุลอวัยวะภายในได้อีกด้วย ตัวอย่าง อาการปวดท้องจากกระเพาะอาหารและลำไส้หดเกร็ง การฝังเข็มไม่เพียงคลายอาการหดเกร็งเพื่อบรรเทาปวดเท่านั้น ยังช่วยให้การเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารเป็นไปอย่างสมดุล

อย่างไรก็ตามผลของการฝังเข็มยังขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของ ชี่ที่ปกป้องร่างกายหรือ เอว้ยชี่ (卫气WèiQì: defensive Qi) ในผู้ป่วยแต่ละรายด้วย ถ้าเอว้ยชี่สมบูรณ์การกระตุ้นชี่ในเส้นลมปราณย่อมทำได้ง่ายและได้ผลดี ในทางตรงข้าม ถ้าเอว้ยชี่อ่อนพร่องย่อมยากที่จะกระตุ้นให้เกิดผล

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม

อาการหลังการฝังเข็ม

  1. ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอ่อนเพลียกว่าปกติเล็กน้อย ถือเป็นเรื่องปกติ หลังจากนอนหลับพักผ่อนแล้ว อาการอ่อนเพลียจะหายได้เอง
  2. หลังการฝังเข็มอาจมีการเลือดออกใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดรอยม่วงคล้ำ มีจ้ำเลือด กดเจ็บบริเวณที่ฝังเข็มได้ รอยจ้ำเลือดนี้จะค่อยๆหายไปเองในเวลา 3-5 วัน

3.ในผู้ป่วยบางรายหลังฝังเข็มอาจจะทำให้มีอาการปวดระบม 1-2 วัน ถ้ามีอาการเหล่านี้ท่านสามารถรับประทานยาแก้ปวด และควรพักผ่อนให้เพียงพอ

  1. ในระหว่างฝังเข็มอาจมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นให้ท่านเรียกแพทย์หรือผู้ช่วยแพทย์ทันที เพื่อทำการแก้ไข
  2. เมื่อทำการกระตุ้นเข็ม อาจจะทำให้มีอาการปวด ตึง ชา ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะยังไม่หายไปทันทีหลังจากถอนเข็ม และอาจคงอยู่ 2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยๆหายไปได้เอง
  3. ในสุภาพสตรีบางท่านเมื่อฝังเข็มแล้วอาจจะกระตุ้นให้รอบเดือนมาเร็วขึ้น หรือมามากกว่าปกติได้
  4. ในขณะฝังเข็ม อาจมีการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า ในขณะใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าถ้าท่านรู้สึกปวด เครื่องกระตุ้นไฟฟ้ากระตุ้นแรงเกินไป ให้ท่านเรียกแพทย์หรือผู้ช่วยแพทย์ทันที เพื่อทำการปรับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดอาการระบมหรือการอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณที่ทำการกระตุ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *