เชื้อราในแมว อาการ และการักษา

อาการเชื้อราในแมว และการักษา

เชื้อราในแมวเป็นปัญหาที่มักพบในแมวขนยาว ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซีย หิมาลายัน หรือแมวสายพันธุ์ขนยาวอื่นๆ มันคือการเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา (Dermatophytosis) ซึ่งจะมีการติดเชื้อในส่วนของขน เล็บ และ ผิวหนังชั้นนอก เชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง โดยในแมวที่พบได้บ่อยที่สุดคือ Microsporum canis ซึ่งมีหลายปัจจัยที่สามารถทำให้ติดเชื้อราได้ อย่าง สภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้น สัตว์อายุน้อย ขนที่ยาว

อาการเชื้อราในแมว และการักษา

สาเหตุของเชื้อราในแมว
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกกด การเกิดเนื้องอก สภาวะทุพโภชนาการ (ผอมเกินไป) การให้ยาต่างๆ (เช่นเคมีบำบัดหรือยาในกลุ่มสเตียรอยด์) โดยแหล่งของเชื้อนั้นสามารถพบได้จากสัตว์ที่มีการติดเชื้ออยู่ก่อนแล้ว ตามหวีแปรงขน หรือที่หลับ ที่นอนต่างๆ ส่วนเชื้อราจะแพร่เจริญบริเวณพื้นผิวของขน โดยจะสร้างเอนไซม์ที่สามารถสลายเคอราตินซึ่งเป็นส่วนประกอบของขนได้ เชื้อรานั้นต้องการขนที่กำลังเจริญเติบโตเพื่อการดำรงชีวิต เมื่อใดที่ขนหยุดการเจริญเติบโต เชื้อราก็จะหลุดออกมาพร้อมกับขน หรือแฝงอยู่ในต่อมขนจนกว่าจะมีขนใหม่เจริญเติบโตขึ้นมา นอกจากนี้เชื้อรายังสามารถผลิตสารพิษออกมาได้ ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนังขึ้น และการอักเสบนี้จะชักนำให้เกิดอาการทางคลินิกได้ โดยในสัตว์ที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน พบว่าจะมีการติดเชื้อที่รุนแรง และขยายวงกว้างกว่าสัตว์ที่มีสุขภาพแข็งแรง

โดยอาการที่กล่าวมาจะพบลักษณะรอยโรคเฉพาะ ที่เรียกว่า “ริงเวิม” (Ringworm) ซึ่งจะพบขนร่วงเป็นวงๆ และมีสะเก็ด ส่วนบริเวณขอบมักพบตุ่มเล็กๆ และสะเก็ดรังแคในแมวมักพบการติดเชื้อแบบทั่วตัว หรือเป็นตัวกักโรคแบบไม่แสดงอาการทางคลินิกใดๆ ก็เป็นได้ หรือไม่ก็พบการอักเสบเพียงเล็กน้อยร่วมกับขนร่วง พบต่อมขนอักเสบ ผิวหนังแดง และมีการเกิดสะเก็ดรังแค ส่วนการติดเชื้อราที่เล็บในแมวจะพบได้น้อยมาก

อาการเชื้อราในแมว และการักษา

การรักษาโรคเชื้อราในแมว
การรักษาจะขึ้นกับความรุนแรงของการติดเชื้อ ในแมวสุขภาพดีที่มีการติดเชื้อเฉพาะที่อาจสามารถหายเองได้ภายใน 3 เดือน ส่วนในรายที่มีการติดเชื้อทั่วตัว จะมีโอกาสหายเองได้น้อย ในรายที่เป็นรุนแรงสัตวแพทย์ บางท่านจะแนะนำให้ตัดขนน้องแมวให้สั้น เพื่อจะลดปริมาณขนที่ติดเชื้อ และลดการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม ส่วนในรายที่มีการติดเชื้อทั่วตัว สัตวแพทย์จะพิจารณาให้การรักษาทั้งตัว ทั้งในรูปแบบของการใช้แชมพู และการให้กินยารักษาการติดเชื้อรา ซึ่งระยะเวลาของการรักษานั้นจะกระทำจนกระทั่งอาการทางคลินิกหมดไป หรือรักษาจนให้ผลลบต่อการเพาะเชื้อรา

นอกเหนือจากการใช้ยากินแล้ว การรักษายังสามารถใช้ยาภายนอกได้เช่นกัน การลดการปนเปื้อนของสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยให้ลดระยะเวลาของการรักษา รวมทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาอีกด้วย เช่นการทำความสะอาดบริเวณที่สัตว์อยู่หรือนอน โดยเฉพาะที่นอนของแมว ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดของใช้ของแมว รวมทั้งของเล่นต่างๆ หากแมวที่เลี้ยงรวมกันมีหลายตัว ถ้าพบว่าตัวหนึ่งตัวใดติดเชื้อ ควรพิจารณาปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้คือ

อาการเชื้อราในแมว และการักษา
  • พาแมวไปให้สัตวแพทย์ ทำการเพาะเชื้อราจากขนแมวทุกตัว โดยการใช้แปรงสางขนออกมา แล้วนำขนที่หลุดร่วงไปเพาะเชื้อ จากนั้นให้แยกแมวที่ผลออกมาว่าติดเชื้อรา และไม่ติดเชื้อราออกจากกัน
  • ควรยกเลิกโปรแกรมการผสมพันธุ์ การโชว์ตัวแมว หรือการพาแมวไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อ
  • หลังจากแยกแมวที่มีการติดเชื้อราออกมาแล้ว ควรอาบน้ำด้วยแชมพูที่รักษาเชื้อราโดยเฉพาะ และให้แมวกินยาตามที่สัตวแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด หากพบว่าแมวซึม และเบื่ออาหารภายหลังจากการกินยา ควรหยุดยากินและพาไปพบสัตวแพทย์ เนื่องจากยารักษาเชื้อราส่วนใหญ่จะมีความเป็นพิษต่อตับสูงมาก
  • ควบคุมและลดการปนเปื้อนของสิ่งแวดล้อมต่างๆ
  • ไปตรวจร่างกายตามที่สัตวแพทย์นัด ซึ่งสัตวแพทย์อาจพิจารณาเพาะเชื้อราจากขนแมวทุกตัวในบ้านซ้ำอีกครั้งในเวลาต่อมา
อาการเชื้อราในแมว และการักษา

การดูแลแมวให้ห่างไกลจากโรคเชื้อราในแมว
หากเจ้าของแมวท่านใดพบว่า ขนของแมวมีลักษณะหลุดร่วง เกิดสะเก็ดรังแค หรือเกิดรอยโรคของผิวหนังในลักษณะต่างๆ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแมวที่มีการติดเชื้อราเกิดขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจลุกลามทั่วตัว และการรักษาจะใช้เวลานานมาก นอกจากนี้แมวที่ติดเชื้อรา อาจมีโรคประจำตัวที่แฝงอยู่ หากสัตวแพทย์ได้วินิจฉัยว่าสาเหตุโน้มนำของการติดเชื้อราที่ขนและผิวหนังในแมวเกิดจากสาเหตุใด ก็จะทำให้แมวประสบความสำเร็จในการรักษามากขึ้น และไม่กลับมาติดเชื้อราอีก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *